CE TRAVEL

Explore the of Europe
Dolomites
ท่องเที่ยวยุโรป Czech Republic Austria Slovakia Hungary Poland Germany
อิตาลี่ 7 วัน




วันที่1
เซอร์มิโอเน่ เมืองแห่งป้อมปราการเก่าแก่อายุกว่า 2,000 ปี ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี่
ลักษณะของเมืองแห่งนี้เป็นแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเลสาบการ์ด้าซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากน้ำแข็งที่ละลายจากเทือกเขาแอลป์ ทำให้ซีร์มิโอเน่เป็นเหมือนดินแดนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบทั้งสองด้าน
สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอย่างมาก นั่นก็คือ"The Scaliger Castle of Sirmione" ปราสาทเก่าแก่ของเมืองที่ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน และกำแพงหินที่บางส่วนจมอยู่ใต้น้ำ ให้ความรู้สึกราวกับว่าพื้นที่ส่วนนี้กำลังลอยอยู่เหนือน้ำ และใกล้ๆ กับกำแพงหิน ยังมีขั้นบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวของเมืองได้
Ortisei (7 km 13 mins) เมืองออร์ติเซนี้ตั้งอยู่ในหุบเขา Val Gardena สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,300 เมตร ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาโดโลไมท์ โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมสวยราวกับบ้านตุ๊กตา สีสันพาสเทล พร้อมศิลปะและวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากออสเตรีย กิจกรรมยอดนิยมเมื่อมาถึงที่นี่คือ การขึ้นกระเช้า Funivie ortisei (29.9.2025-2.11.2025 8.30 am-17.30) เพื่อไปชมวิวสุดอลังการที่ Alpe di Siusiเป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในยุโรป มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสกีกันในช่วงหน้าหนาว และจะมาเดินป่าชมธรรมชาติในช่วงหน้าร้อน นับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่พลาดไม่ได้ในโดโลไมท์ มีกลุ่มยอดเขา Sussolungo
นั่งกระเช้าขึ้นมาที่ ยอดเขา Seceda จุดชมวิวที่พีคที่สุดของโดโลไมท์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Ortisei เป็นยอดเนินคล้ายเปลวไฟที่แข็งเป็นหิน จนมีคนตั้งสมญานามให้ว่า “Flame frozen in stone”
วันที่ 2
หมู่บ้านซานตา แมดดาเลนา (Santa Maddalena) (40 km 54 mins) หมู่บ้านชนบทเล็กๆ ตั้งอยู่บนเนินเขากว้างใหญ่ ในเขต St. Val di Funes โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขา Odle ที่ตั้งเด่นเป็นฉากหลัง ภายในหมู่บ้านมีบ้านเรือนอยู่ไม่กี่หลัง มีฟาร์มปศุสัตว์ โรงนา และโบสถ์เก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ มีโบสถ์เซนต์โยฮัน (Church of St. Johann), โบสถ์ซานตามัดดาเลนา(Santa Magdalena) โบสถ์เก่าแก่ขนาดเล็กกลางทุ่งหญ้าสีเขียว เบื้องหลังภูเขาแหลมตระหง่าน หนาแน่นด้วยต้นสน ดอกไม้บานเต็มเนินเขาในช่วงซัมเมอร์สวยสุดยามมองจากที่ไกล ทัศนียภาพอันงดงามทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่สำคัญแห่งหนึ่งในการท่องเที่ยวโดโลไมท์
Lago di Carezza (ในภาษาอิตาลี) หรือ Karersee (ภาษาเยอรมัน) (63 km 1.15 hr) คือทะเลสาบอัลไพน์ขนาดเล็กที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา Latemar เป็นฉากหลัง ตั้งอยู่สูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความกว้างประมาณ 140 เมตร ยาว 300 เมตร น้ำในทะเลสาบมีความลึกตั้งเเต่ 6-22 เมตร ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่า “Rainbow Lake” และ “Fairytale Lake of the Dolomites”
วันที่ 3
Cinque Torri (16km 30 mins) ยอดเขาสวยแห่งโดโลไมท์ที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นแท่งเขารูปร่างแปลกตา จำนวน 5 แท่ง มองเห็นได้แต่ไกล แต่ละยอดเขามีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีชื่อเป็นของตัวเอง ประกอบด้วย Torre Grande ยอดเขาที่สูงที่สุดในกลุ่ม Cinque Torri ความสูง 2,361 ม. จากระดับน้ำทะเล / Torre Second / Terza Torre / Quarta Torre และ Quinta Torre นอกจากนี้บริเวณเชิงเขายังมีลักษณะเป็นเนินเขาโล่งกว้างที่เหมาะสำหรับทริปปีนเขาสบาย ๆ หรือเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว
วันที่ 4
Braies Lake or Praga Wildsee (36 km 35 mins) ชมทะเลสาบที่ใหญ่และสวยที่สุดในโดโลไมท์ ทะเลสาบเบรียส มีอีกชื่อว่า Prager Wildsee ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Fanes Sennes Braies ที่โดโลไมท์ มีน้ำทะเลสีเขียวมรกต มีฉากหลังเป็นภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน รายล้อมไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้นานาพันธุ์ ด้วยความสวยงามนี่เองที่เป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างพากันมามากมาย สามารถพายเรือเล่น ชมความงดงามโดยรอบได้อย่างใกล้ชิด ทะเลสาบนี้ติดอันดับทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ถูกขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งโดโลไมท์
ทะเลสาบมิซูริน่า (Misurina Lake) (16 km 30 mins) เป็นทะเลสาบธรรมชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำใสราวกับกระจก สะท้อนภาพภูเขาลงบนผืนน้ำ ทะเลสาบตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของแนวเทือกเขาแอลป์ ในเขตเบลลูโน่ (Belluno) ในแคว้นเวนีโต้ (Veneto) โดยสถานที่ที่อยู่ปลายทะเลสาบไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นโรงพยาบาลที่รักษาโรงหอบหืด ที่ทะเลสาบนี้ครั้งหนึ่งเคยถูกใช้ที่จัดกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1956 ซึ่งนับเป็นครั้งสุดท้ายที่ใช้ลานน้ำแข็งตามธรรมชาติสำหรับการแข่งขันในโอลิมปิกส์ฤดูหนาว
วันที่ 5
Cortina d’ Ampezzo (110km 2 hr) เมืองสกีรีสอร์ทที่เป็น Best of The Alps เพียงแห่งเดียวของอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงกว่า 1,219 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only ที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีอีกทั้งยังเป็นสวรรค์ของนักเดินเขา
Trento เมืองเทรนโต (59 km 46 min) ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นปกครองตนเองเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจในอิตาลีตอนเหนือเป็นที่รู้จักในเรื่องสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ รวมถึงปราสาท Buonconsiglio และมหาวิหาร Trento
วันที่ 6
Bolzano เมืองโบลซาโน่ (43 km 1 hr) ล้อมรอบด้วยแม่น้ำนั้นเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ (South Tyrol) เป็นประตูสู่เขต Dolomites หากเดินทางจากทะเลสาบโคโม มีป่าเนินเขา ทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขา Dolomitesตะวันออกนั้น ลองเข้าชมวิหาร Duomo โบสถ์ Chiesa dei Domenican และอนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง Piazza delle Erbe แถบถนนคนเดิน Piazza Walther
Canale di Tenno (47 km 1 hr) หมู่บ้าน unseen ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์และเป็นหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในอิตาลี่ ในเมืองเทนโน่มีปราสาทเก่าแก่จากศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นที่เก็บตราแผ่นดินของเจ้าชายบิชชอปในอดีต
วันที่ 7
Verona (เวโรนา) (97 km 1.30 hr) เมืองเล็กๆ ใน ประเทศอิตาลี ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO มีสมญานามว่า “Little Roman” โดยยังคงสภาพสถาปัตยกรรมจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์ เป็นต้นกำเนิดผลงานปลายปากกาของวิลเลียม เชกสเปียร์ ตำนานรักอมตะของโรมิโอจูเลียต
Casa di Giulietta หรือ บ้านของจูเลียต จริงๆ แล้วบ้านหลังนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลคาปูเล็ตของจูเลียตในนิยายแม้แต่น้อย แต่วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีเอกของโลก ได้หยิบเอามาเป็นฉากในนิยาย ให้เราได้จินตนาการกัน โดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่แวะเวียนไปถ่ายรูปที่ระเบียงบ้านหลังนี้ และลูบหน้าอกด้านซ้ายของรูปปั้นจูเลียต แล้วอธิษฐานขอให้รักสมหวังยั่งยืน
Arena di Verona เป็นสถาปัตยกรรมศิลปะโรมันโบราณอายุกว่า 2,000 ปี ในอดีตอัฒจรรย์นี้เคยถูกใช้เป็นสนามแข่งขันรถม้าและเวทีต่อสู้ของนักรบกลาดิเอเตอร์ (Gladiators) ทว่าตั้งแต่ยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม (Renaissance) ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 อัฒจรรย์โบราณก็ถูกปรับปรุงให้เป็นสถานที่สำหรับชมการแสดงโอเปรา และตั้งแต่ค.ศ. 1913 เป็นต้นมา เวโรนา อารีนาก็ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ จนกลายเป็นโรงละครโอเปราที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 3 หมื่นคน ทุกๆ ปี โรงละครแห่งนี้จะจัดงานเทศกาลที่เรียกว่า “อารีนา ดิ เวโรนา (Arena di Verona Festival)
”Ponte Pietra “สะพานหิน” ปอนเต ปิเอตราเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอะดิเจที่เก่าแก่ที่สุดในเวโรนา สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีที่ 100 ก่อนคริสตกาลเมื่อครั้งที่เวโรนายังเป็นจังหวัดหนึ่งของโรม
จัตุรัส Piazza delle Erbe อีกหนึ่งจัตุรัสในเมืองเวโรนา ที่มีลานตลาดนัดเล็กๆ ขายของฝาก มีทั้งหน้ากากหลากหลายแบบ เส้นพาสต้า และของที่ระลึกต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังประวัติศาสตร์แห่งเวโรนา หรือ Palazzo Maffei และมีหอคอยให้ขึ้นไปชมวิวได้ด้วยเรียกว่า Torre dei Lamberti หรือ Lamberti Tower
Torre dei Lamberti หรือ หอคอยแลมเบอร์ติ เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณจัตุรัส Piazza delle Erbe โดยเราสามารถมองเห็นวิวของเมืองเวโรนาทั้งเมือง ในอดีตหอคอยแห่งนี้ใช้สำหรับสังเกตการณ์และเตือนภัยในยุคที่มีสงคราม