เชสกี้ คลุมลอฟ เมืองตุ๊กตาริมน้ำ : Cesky Krumlov

เชสกี้ครุมลอฟ เป็นเมืองเล็ก ๆ ใน ในโบฮีเมียตอนใต้ของสาธารณรัฐเชคที่ปราสาท ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก พร้อมๆกับปราสาทปรากในปี 1992

​เมืองและปราสาทเริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 13 บริเวณริมฝั่งแม่น้ำวัลตาว่า ซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีความสำคัญทางการค้าขายในโบฮีเมีย ตระกูลวีเทค (Vitek) เป็นเจ้าของแรกของปราสาทครุมลอฟ ต่อมาในปีค.ศ. 1302 เมืองและปราสาทได้ตกเป็นของท่านลอร์ดแห่งโรเซนเบิร์ก (The Lords of Rosenberg) หลังจากตระกูลวีเทคได้เสียชีวิตลง หลังจากนั้นปราสาทได้ตกทอดมายังตระกูลโรเซนเบิร์ก ในปีค.ศ. 1601 ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลโรเซนเบิร์กได้ขายที่ดินและเมืองเชสกี้ ครุมลอฟ ให้กับจักรพรรดิแห่งโบฮีเมีย Rudolf ที่ 2 แห่ง Habsburg และได้ส่งต่อให้ลูกชาย Julius d’Austria ต่อมาในปีค.ศ. 1622 จักรพรรดิ Ferdinand ที่ 2 แห่ง Habsburg ได้ยกเมืองเชสกี้ ครุมลอฟให้เป็นของขวัญแก่ Johann Ulrich แห่งตระกูลEggenberg ในปีค.ศ. 1719 ถึง 1945 เชสกี้ ครุมลอฟตกทอดมายัง Adam Franz แห่ง Schwarzenberg ซึ่งเป็นผู้สืบทอดมรดกคนเดียวของตะกูล Eggenberg จากเยอรมัน จึงทำให้ตระกูล Schwarzenberg ย้ายมาจากเยอรมันและเข้ามาอยู่ในแคว้นโบฮีเมียอย่างถาวร

ช่วงยุค interwar (ช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและตอนเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง) เมืองเชสกี้คลุมลอฟเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเชคโกสโลวาเกีย ช่วงปีค.ศ. 1938 ถึง 1945 เมืองนี้ถูกยึดโดยนาซีเยอรมนีให้เป็นส่วนหนึ่งของ Sudetenland หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ได้กลับมาเป็นของประเทศเชคโกสโลวาเกียอีกครั้ง

เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1939 – 1945) สงบลง เชสกี้ ครุมลอฟเป็นเมืองที่รอดพ้นจากการทำลายล้างจากภัยสงคราม ปราสาทและหอคอยปราสาทครุมลอฟ ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆของตระกูล Schwarzenberg ก็ตกเป็นของรัฐบาล

​ในช่วงคอมมิวนิสต์ (ค.ศ. 1948 - 1989) เมืองเชสกี้ คลุมรอฟมีความทรุดโทรมลงมาก ต่อมาได้มีการบูรณะเมืองให้สวยงามดังเดิมอีกครั้ง ภายหลังการปฏิวัติในปี ค.ศ 1989 ในปัจจุบันเมืองนี้เป็นเเหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในเขตเมืองเก่าและปราสาทมีอายุตั้งเเต่ 14 ถึงศตวรรษที่ 17 โครงสร้างของเมืองเป็นส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบโกธิค, เรเนซองค์ และบาร็อค ใจกลางของเมืองเก่าตั้งอยู่ในบริเวณโค้งเกือกม้าของแม่น้ำ มีบ้านเรือนเคียง ส่วนปราสาทจะอยู่อีกฝั่งของเเม่น้ำวัลตาว่า

ปราสาทเชสกี้คลุมลอฟจัดว่าเป็นปราสาทขนาดใหญ่เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวเมือง ถือเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในสาธารณรัฐเชค รองจากปราสาทปราก ภายในบริเวณมีสวนโรโคโคที่มีขนาดใหญ่กว้างขวาง สะพานเชื่อมระหว่างช่องหินลึกๆซึ่งถูกสร้างพร้อมๆกับปราสาท ตัวปราสาทประกอบด้วยหลายส่วนซึ่งเเสดงถึงช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โบสถ์เซนต์วิต้า (Kostel Sv. Vita) เป็นโบสถ์แบบโกธิในสมัยศตวรรษที่ 15


Recent Posts
Archive