แกรนด์ สวิตเซอร์แลนด์
5 วันเต็ม (ไม่รวมเวลาบนเครื่องบิน)

วันที่1
รับคณะที่สนามบิน ซูริค

 

ซูริค (Zurich) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบซูริคโดยมีแม่น้ำลิมมัตไหลผ่าน เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มานานกว่า 7000 ปีเยี่ยมชม- ถนนบาห์ฮอฟ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนช้อปปิ้งหลักของซูริค มีร้านค้าชั้นนำและห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่เรียงรายตลอดสองฝั่ง ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน "ถนนที่แพงที่สุดในโลก" - มหาวิหารเฟรามุนสเตอร์ (Fraumunster) ถูกค้นพบตั้งแต่ปี ค.ศ. 853 เป็นโบสถ์ที่มีขนาดไม่ใหญ่โตนักแต่มีความเก่าแก่มาก- มหาวิหารโกรสมุนสเตอร์ (Grossmunster) เป็นมหาวิหารคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ มีหอคอยสูงตระหง่าน สามารถขึ้นไปบนหอคอยเพื่อชมเมืองซูริคจากมุมสูงได้ ภายในวิหารมีพระคัมภีร์โบราณและจิตกรรมผาผนังเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์

 

ลูเซิร์น (Lucerne) เป็นเมืองเล็กๆที่สวยงามตั้งที่ภาคกลางตอนบนของประเทศสวิสเซอร์เเลนด์ มีทะเลสาบอัลดอร์ฟ Altdorf ในปัจจุบันเมืองนี้มีความสำคัญทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นทางผ่านหลักสู่สวิสเซอร์เเลนด์เยี่ยมชม-สะพานชาเพล สะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อศตวรรตที่ 14 สะพานนี้สร้างบนตอม่อหินที่ฝังอยู่ใต้ผิวน้ำ ยาว 204 เมตร ในสมัยก่อนสะพานนี้เป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการที่ใช้เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันเมือง สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างคือ ที่หน้าจั่วต่างๆของสะพานมีการประดับรูปภาพของวิถีชีวิตในเมืองนี้เมื่อตอนศตวรรตที่ 12 และประวัติศาสตร์ของสวิสฯ-อนุสาวรีย์สิงโต สร้างขึ้นเมื่อ 1820–21 เพื่อระลึกถึงทหารสวิสรับจ้างจำนวน 786 นาย ที่เสียชีวิตจากการปฎิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี 1792 อนุสาวรีย์สิงโตได้รับการยกย่องว่าเป็นปฏิมากรรมหินที่ดูโศกเศร้าเเละมีชีวิตมากที่สุดในโลก

โรงแรม Stella Swiss Quality Hotel**** หรือเทียบเท่า

วันที่ 2
วันนี้เราจะเดินทางโดยรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟสายจุงเฟราบาห์เนนสู่ ยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ระหว่างทางท่านสามารถชื่นชมบรรยากาศและบ้านสไตล์

สวิตชาเลตและธรรมชาติอันงดงามตลอดเส้นทางจนถึงยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งมีความสูงถึง 13,642 ฟุต (TOP OF EUROPE) นำท่านชม กลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่

และชมถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลัก

 

กรินเดลวอล์ต (Grindelwald) ตั้งอยู่ที่ความสูง1,034 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในเทือกเขาเบอร์เนสแอลป์ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมืองนี้เริ่มต้นในสมัยตอนปลายของศตวรรตที่ 18 เมื่อมีชาวต่างชาติค้นพบทิวทัศน์อันสวยงามของที่นี่ โดยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ทัศนียภาพต่างๆ จากนั้นทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว


อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) ในสมัยก่อนเมืองนี้มีความสำคัญด้านทอผ้า ทำนาฬิกาแต่ตอนนี้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวที่จะท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติ เมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ และ ทะเลสาบทูน พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมักถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้าและทะเลสาบ

เยี่ยมชม ย่านโฮอีเวก ถนนศูนย์กลางการช้อปปิ้งในอินเตอร์ลาเคนที่เรียงรายด้วยอาคารโบราณจากยุคศตวรรษที่ 19 ซึ่งส่วนใหญ่บ้านไม้สไตล์สวิส สวนคาสิโน ซึ่งตั้งอยู่ในถนนโฮอีเวก ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงบ่อนคาสิโนแต่ยังมีชื่อเสียงในด้านศูนย์กลางประชุมของอินเตอร์ลาเคน

โรงแรม Stella Swiss Quality Hotel**** หรือเทียบเท่า

วันที่ 3
เบิร์น (Bern หรือ Berne) แปลว่า "หมี" มาจากผู้ครองเมือง ท่านดุ๊กแบร์ซโทลด์ที่ 5 แห่งราชวงศ์ซาห์ริงเงิน (Duke Berchtold V of Zahringen) ออกไปล่าสัตว์แล้วสามารถล่าหมีได้เป็นสัตว์ตัวเเรก เลยได้เป็นที่มาของชื่อเมืองแห่งนี้สถานที่น่าสนใจ-เขตเมืองเก่าของกรุงเบิร์นมีความสวยงามมาก เป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO มาตั้งแต่ปี 1983- หอนาฬิกา(Zeitglockenturm) ผ่านบ้านไอน์สไตน์ เป็นที่ั้พำนักของไอน์สไตน์ในช่วงปี ค.ศ. 1903 – 1905 มหาวิหารเบิร์น (Das Berner Münster) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1421 เป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิส เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคที่สวยเด่น มีหอคอยที่สูง 100 เมตร

 

มองทรัวซ์ (Montreux) เป็นเมืองพักตากอากาศและศูนย์กลางของการศึกษาวิชาการโรงแรมที่ลือชื่อ ในสมัยศตวรรตที่ 12 เมืองนี้มีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์โดยใช้ที่ราบสูงเเถบๆเนินเขาเป็นไร่องุ่น นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งคือปราสาทชิวลอง (Chillon Castle) สร้างขึ้นเพื่อคอยเก็บค่าผ่านทางของเรือที่ล่องผ่านทะเลสาบเจนีวา

 

เวเวย์ (Vevey) เป็นเมืองที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส เป็นเเหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญของสวิสและเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทเนสเล่ย์ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาเเละทะเลสาบ มีทัศนียภาพที่สวยงาม

 

โลซานน์ (Lausanne) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ประชากรพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก เป็นเมืองที่รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสต้นเมื่อครั้งปีพ.ศ. 2440 และ 2450 อีกทั้งสมเด็จย่า สมเด็จพระพี่นางรัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ได้ทรงประทับอยู่ที่นี่ในช่วงปีพ.ศ. 2476-2494เมืองโลซานน์ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลและมีพิพิธภัณฑ์โอลิปิก ทำให้ได้รับการขนานนามว่า เมืองหลวงแห่งโอลิมปิก นอกจากทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองทะเลสาบเเห่งนี้เเล้ว จุดเด่นที่สำคัญอีกที่คือ มหาวิหารแห่งโลซานน์ หรือ วิหารนอตเตรอดาม (Notre-Dame) แต่เดิมเป็นโบสถ์เเคทอลิก เเต่เปลี่ยนมาเป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ในปี 1536 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์

โรงแรม Novotel Lausanne Bussigny****หรือเทียบเท่า

​วันที่ 4

นียอง (Nyon) อยู่ห่างจากเมืองเจนีวาประมาณ 25 กิโลเมตรมาทางตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นเมืองปริมณฑลของเมืองเจนีวา มีการค้นพบของใช้ต่างๆในยุคหินเก่า เราจะผ่านปราสาทนียอง คาดว่าสร้างราวกลางศตวรรตที่ 12 ในปี 1804 ปราสาทนี้เป็นของเมืองนียองเคยถูกใช้เป็นที่ว่าการ ศาล เรือนจำ และพิพิธภัณฑ์ เสาโรมัน (Roman Colonia Iulia Equestris) สร้างขึ้นโดยจูเลียส ซีซ่าร์ ในสมัย 46-44 ก่อนคริสตกาล เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งถิ่นฐานหรือแสดงอาณานิคมของโรมัน

 

เจนีวา (Geneva) เป็นเมืองทางตะวันตกของประเทศสวิส มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 รองจากซูริค (Zurich)ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก เป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างชาติสำคัญๆ หลายองค์กร เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) และ องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นสถานที่ๆใช้ในการลงนามสนธิสัญญาสากลต่างๆมากมาย  ชมย่านเมืองเก่า บริเวณกลางเมือง มีสถานที่สำคัญอยู่หลายแห่ง เช่น Ancient Arsenal เป็นปืนใหญ่จำนวน 5 กระบอก ที่หลงเหลือจากการใช้ในการป้องกันเมือง ผ่านมหาวิหารปีเตอร์ (St. Peter’s Cathedral) เป็นโบสถ์เก่าแก่ ที่ตั้งอยู่บนยอดของเนินเขาและอยู่ใจกลางของ Old Town น้ำพุเจ๊ตโด(Jet d’Eau) เป็นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเลสาบเจนีวา ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดแห่งนึงของเมืองนี้และยังเป็นหนึ่งในน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

 

บาเซิล (Basel) เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเมืองที่่เชื่อมต่อระหว่าง 3 ประเทศ คือ สวิส, ฝรั่งเศส และ เยอรมัน และยังเป็นเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 2000 ปี สถานที่สำคัญได้แก่ เทศบาลเมืองสีแดง สร้างขึ้นเมื่อศตวรรตที่ 16 ตั้งอยู่ที่จตุรัสกลางเมือง มีภาพจิตรกรรมฝาผนังประดับอยู่ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มหาวิหารที่ทำจากหินทรายสีแดง ตั้งอยู่โดดเด่นริมฝั่งแม่น้ำไรน์ตอนบน มีการผสมผสานศิลปะในยุคโรมันตอนปลายกับยุคโกธิคตอนต้น

โรงแรม Best Western Hotel Stücki*** หรือเทียบเท่า

​วันที่ 5
เมืองฮาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) เมืองทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของน้ำตกไรน์น้ำตกที่มีขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามประสงค์เมือง

 

ซังท์กัลเลน (St. Gallen) เมืองสำคัญทางศาสนาที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ ชมโบสถ์ St. Gall สไตล์บาร็อคที่ ภายในมีความงดงามตระการตา ชมตัวเมืองเก่า เดินเล่นตามประสงค์

 

อัตราค่าบริการ (ห้องคู่): ราคาอาจเปลี่ยนขึ้น ลง ตามฤดูกาล

 

17 ท่านขึ้นไป .............................  57,000.-

11-16 ท่าน ................................  67,000.-

7-10 ท่าน.....................................65,000.-
6 ท่าน .......................................  64,000.-
5 ท่าน .......................................  73,000.-
4ท่าน ........................................  83,500.-

 

พักห้องเดี๋ยวเพิ่มท่านละ 15,900.-

 

ราคานี้รวม

ที่ัพัก 4 ดาวพร้อมอาหารเช้า, รถตู้หรือมินิบัสพร้อมคนขับผู้ชำนาญเส้นทาง, ผู้นำเที่ยวชาวไทยหรือต่างชาติเลือกได้

 

ราคานี้ไม่รวม

ตั๋วเครื่องบิน วีซ่า ประกันการเดินทาง อาหารกลางวันเเละเย็น

Grand Switzerland